KKP Advice Center
KKP Advice Center
EN

สำหรับคนเป็นพ่อแม่หลายๆคนคงมีคำถามในใจเกี่ยวกับการสอนเรื่องเงินให้ลูกในแต่ละช่วงวัย ว่าเด็กวัยไหน ต้องสอนอะไรบ้าง ซึ่งการปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงินตั้งแต่วัยเด็กก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

ครอบครัวเป็นที่แรกที่ควรปลูกฝังนิสัยการใช้เงินที่ดีให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้เงินให้กับลูก เพราะจริงๆ แล้วเด็กจะซึมซับพฤติกรรมการใช้เงินจากพ่อแม่ เมื่อเด็กเห็นตัวอย่างที่ดีในการวางแผนบริหารเงินของครอบครัว ก็จะถือเป็นนิสัยที่ติดตัวต่อไป  การปลูกฝังเด็กเรื่องเงินๆ ทองๆ ในแต่ละช่วงวัยก็มีความแตกต่างกัน

 

วัยอนุบาล :

สำหรับเด็กวัย 3-4 ขวบควรปลูกฝังเรื่องประโยชน์ของเงิน ให้รู้ว่าของต้องใช้เงินซื้อ ควรเล่าให้ลูกฟังว่าพ่อแม่ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาไว้ใช้ซื้อของ  และพยายามใช้จ่ายด้วยเงินสดต่อหน้าลูก เพราะเครดิตการ์ดเป็นเรื่องที่นามธรรมเกินไปสำหรับเด็กเล็ก เด็กวัยนี้เริ่มชอบเอาเงินหยอดกระปุกให้มีจำนวนเหรียญมากๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่พ่อแม่จะเริ่มสอนให้รู้จักเก็บเงินเพื่อไว้ใช้ในอนาคต

 

วัยประถม :

ควรฝึกให้เด็กรู้จักสกุลเงินและวิธีนับค่าเงินของเหรียญกับธนบัตร อาจลองใช้เกมเข้ามาช่วยเช่นลองเล่นเกมนับเหรียญเรียงเป็นตั้งๆ ให้ได้ค่าเงินตามที่กำหนดไว้ เด็กวัยนี้จะเริ่มอยากซื้อ ขนม ของเล่น  ควรถือโอกาสสอนการใช้จ่ายให้แก่ลูก ฝึกให้เด็กรู้และแยกให้ออก ระหว่าง "ความอยากได้" หรือ "ความต้องการใช้" สอนให้รู้จักคุณค่าของสิ่งของ การเปรียบเทียบราคา และความคุ้มค่า ให้รู้จักแยกแยะราคาของสินค้าประเภทเดียวกันว่าชิ้นไหนถูกชิ้นไหนแพง

 

วัยมัธยม:

ช่วงวัยรุ่น เด็กจะเริ่มใช้เงินเยอะขึ้น จะต้องสอนให้มีความรับผิดชอบเรื่องเงินทอง การวางแผนรายรับ-รายจ่าย พ่อแม่ควรให้เด็กได้มีโอกาสรับรู้เรื่องภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ของครอบครัว รู้ฐานะทางการเงินของครอบครัว เพื่อให้เด็กได้ซึมซับ รับรู้สถานะการเงินที่แท้จริงของครอบครัว และระวังการใช้จ่ายมากขึ้น รวมทั้งความสำคัญของการออมเงินสำรองยามฉุกเฉิน

 

วัยมหาวิทยาลัย:

เมื่อลูกกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยอาจให้เขาดูแลบัญชีเพื่อการศึกษาด้วยตัวเอง และถ้าเขาเริ่มมีรายได้แล้ว ก็อย่าลืมสอนเรื่องการเสียภาษีด้วย นอกจากนี้เด็กวัยมหาวิทยาลัยจะเริ่มมีสิ่งที่อยากได้เพิ่มขึ้นและราคาสูงขึ้น อาจมีแนวโน้มใช้เงินฟุ่มเฟือย แม้ว่ายังไม่สามารถกู้เงินได้ แต่ควรเตรียมความพร้อมให้ความรู้แก่ลูกในเรื่องการกู้ยืมและการใช้บัตรเครดิต ว่าการกู้ยืมจะต้องจ่ายดอกเบี้ย วิธีการคำนวณดอกเบี้ย รวมทั้งหากชำระหนี้ไม่ทันที่กำหนดจะต้องมีค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเกิดขึ้น

 

สุดท้ายนี้ อย่าลืมนะคะว่าลูกเปรียบเสมือนฟองน้ำที่จะดูดซับนิสัยทุกอย่างของพ่อแม่ ดังนั้นคุณควรทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างด้วยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน เก็บออมเงินฉุกเฉินและใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด มีความรับผิดชอบต่อการใช้เงินของคุณเอง พร้อมกับการสร้างวินัยทางการเงินให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก แม้จะยังไม่ได้เริ่มทำงานหรือหาเงินได้เอง แต่การมีพื้นฐานความรู้ด้านการเงินที่ดีก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดีได้

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ