KKP Advice Center
KKP Advice Center
EN

10 วิธีให้เงินออมงอกเงย10 วิธีให้เงินออมงอกเงย

  1. ประหยัด โดยใช้แนวทางปฏิบัติง่ายๆ ว่า “ไม่ใช้ ไม่ซื้อ” และอะไรที่แม้จำเป็นแต่หาอย่างอื่นแทนได้ในมูลค่าที่ต่ำกว่า ก็น่าจะทำ อย่างเช่น เปลี่ยนจากกินกาแฟแก้วละ 30 บาท เป็นกาแฟกดจากตู้แก้วละ 5 บาท เดือนหนึ่งๆ เราก็จะประหยัดได้ถึง 500 บาท หรือปีละ 6000 บาท
  2. แบ่งเงินออมสำหรับพอใช้จ่ายสัก 3-6 เดือนในบัญชีออมทรัพย์ (แนะนำบัญชีSmart Savingเพราะดอกเบี้ยสูง 3%ต่อปี แถมไม่เสียภาษี (ดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น) แถมด้วยทำบัตร ATM ไว้เผื่อถอนด้วย ข้อดี ถอนได้ทุกธนาคาร ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม  (ออมทรัพย์ KK Smart Saving มีเงื่อนไขถอนฟรี 4 ครั้ง/เดือน (ครั้งต่อไปเสียค่าธรรมเนียม 500 บาท) และต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีอย่างต่ำ 50,000 บาท)
  3. มองหาทางเลือกการลงทุนอื่นสำหรับเงินออมที่เหลือ เช่น เงินฝากประจำ กองทุนรวมหลายคนมักคิดว่าการลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยง แต่รู้มั๊ยมีบางกองทุนปลอดภัยเหมือนฝากธนาคารเลย และหากเราต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น
  4. หาความรู้อยู่เสมอเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนวิธีหาความรู้ง่ายๆใน KK ก็เช่น เข้า COPของฝ่ายต่างๆ ใน KK world  มีอะไรดีๆเยอะมากให้ค้นหา
  5. ยึดหลักช้าๆ ได้พร้าเล่มงามหรือมีความอดทนเพื่อรอโอกาสทองที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องกลัวตกรถไฟ เพราะโอกาสในการลงทุนไม่ได้มีครั้งเดียว มีหลายครั้ง และ มาเรื่อยๆ แต่จงกลัวขึ้นรถไฟผิดขบวน แล้วลงไม่ทันจะดีกว่า เพราะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา
  6. “อย่าวางไข่ในตะกร้าใบเดียว” เพราะถ้าตระกร้าตก ไข่แตกทั้งตะกร้าจะไม่มีอะไรเหลือ การลงทุนจึงต้องกระจายความเสี่ยง โดยแยกลงทุนในหลักทรัพย์หลายๆประเภท หุ้นบ้าง ทองบ้าง น้ำมันบ้าง ตราสารหนี้บ้าง เงินฝากบ้าง ในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง ฯลฯ เผื่อบางตัวขาดทุน ก็จะมีบางตัวที่กำไรให้เราชื่นใจ
  7. ลงทุนเฉพาะสิ่งที่ตนเองเข้าใจขนาดวอร์เลน บัฟเฟตต์ เศรษฐีหุ้นยังไม่ซื้อหุ้นของบริษัทที่เขาไม่เข้าใจว่าผลิตอะไรออกมาและไม่รู้อย่างแจ้งชัดว่าบริษัทนั้นทำกำไรได้อย่างไรเราเองก็ไม่ได้เก่งกว่าเขา ดังนั้น ถ้ายังไม่เข้าใจก็อย่าเพิ่งลงทุน เงินอยู่ในกระเป๋า ถึงผลตอบแทนน้อย อย่างน้อยเราก็รู้ว่าอยู่ในกระเป๋า ดีกว่า ไปอยู่ไหนไม่รู้
  8. ลงทุนในของจริง เลือกแต่ของดีๆ แม้ของดีจะราคาแพงกว่าของไม่ดี แต่เมื่อเทียบมูลค่าแล้ว ของดีมักจะคุ้มค่ากว่า มั่นคงกว่า ปลอดภัย อย่าเลือกลงทุนเฉพาะของถูกอย่างเดียว เช่น ถ้าจะซื้อหุ้น ต้องหุ้นที่พื้นฐานดี เป็นผู้นำตลาด อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดี เติบโต เป็นต้น แต่ถ้าให้ดี ต้องดีด้วย ถูกด้วย ถามว่ามีมั๊ย มี แต่ต้องใจเย็นๆ
  9. ทยอยลงทุน เช่นเดือนละครั้ง เป็นการเฉลี่ยต้นทุนที่ดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเก็งจังหวะการลงทุน
  10. สำคัญที่สุด คือ ต้องมีวินัย อันนี้สำคัญมาก เดือนนึงจะออมเท่าไร ต้องทำให้ได้ ตั้งใจลงทุนอย่างไร ต้องทำให้ได้ และคอยปรับปรุงแผนการลงทุนของตนเองให้เหมาะกับตนเองและภาวะการลงทุนเสมอ

10 วิธีให้เงินออมงอกเงย10 วิธีให้เงินออมงอกเงย

 

  1. ประหยัด โดยใช้แนวทางปฏิบัติง่ายๆ ว่า “ไม่ใช้ ไม่ซื้อ” และอะไรที่แม้จำเป็นแต่หาอย่างอื่นแทนได้ในมูลค่าที่ต่ำกว่า ก็น่าจะทำ อย่างเช่น เปลี่ยนจากกินกาแฟแก้วละ 30 บาท เป็นกาแฟกดจากตู้แก้วละ 5 บาท เดือนหนึ่งๆ เราก็จะประหยัดได้ถึง 500 บาท หรือปีละ 6000 บาท
  2. แบ่งเงินออมสำหรับพอใช้จ่ายสัก 3-6 เดือนในบัญชีออมทรัพย์ (แนะนำบัญชีSmart Savingเพราะดอกเบี้ยสูง 3%ต่อปี แถมไม่เสียภาษี (ดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น) แถมด้วยทำบัตร ATM ไว้เผื่อถอนด้วย ข้อดี ถอนได้ทุกธนาคาร ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม  (ออมทรัพย์ KK Smart Saving มีเงื่อนไขถอนฟรี 4 ครั้ง/เดือน (ครั้งต่อไปเสียค่าธรรมเนียม 500 บาท) และต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีอย่างต่ำ 50,000 บาท)
  3. มองหาทางเลือกการลงทุนอื่นสำหรับเงินออมที่เหลือ เช่น เงินฝากประจำ กองทุนรวมหลายคนมักคิดว่าการลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยง แต่รู้มั๊ยมีบางกองทุนปลอดภัยเหมือนฝากธนาคารเลย และหากเราต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น
  4. หาความรู้อยู่เสมอเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนวิธีหาความรู้ง่ายๆใน KK ก็เช่น เข้า COPของฝ่ายต่างๆ ใน KK world  มีอะไรดีๆเยอะมากให้ค้นหา
  5. ยึดหลักช้าๆ ได้พร้าเล่มงามหรือมีความอดทนเพื่อรอโอกาสทองที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องกลัวตกรถไฟ เพราะโอกาสในการลงทุนไม่ได้มีครั้งเดียว มีหลายครั้ง และ มาเรื่อยๆ แต่จงกลัวขึ้นรถไฟผิดขบวน แล้วลงไม่ทันจะดีกว่า เพราะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา 
  6. “อย่าวางไข่ในตะกร้าใบเดียว” เพราะถ้าตระกร้าตก ไข่แตกทั้งตะกร้าจะไม่มีอะไรเหลือ การลงทุนจึงต้องกระจายความเสี่ยง โดยแยกลงทุนในหลักทรัพย์หลายๆประเภท หุ้นบ้าง ทองบ้าง น้ำมันบ้าง ตราสารหนี้บ้าง เงินฝากบ้าง ในประเทศบ้าง ต่างประเทศบ้าง ฯลฯ เผื่อบางตัวขาดทุน ก็จะมีบางตัวที่กำไรให้เราชื่นใจ
  7. ลงทุนเฉพาะสิ่งที่ตนเองเข้าใจขนาดวอร์เลน บัฟเฟตต์ เศรษฐีหุ้นยังไม่ซื้อหุ้นของบริษัทที่เขาไม่เข้าใจว่าผลิตอะไรออกมาและไม่รู้อย่างแจ้งชัดว่าบริษัทนั้นทำกำไรได้อย่างไรเราเองก็ไม่ได้เก่งกว่าเขา ดังนั้น ถ้ายังไม่เข้าใจก็อย่าเพิ่งลงทุน เงินอยู่ในกระเป๋า ถึงผลตอบแทนน้อย อย่างน้อยเราก็รู้ว่าอยู่ในกระเป๋า ดีกว่า ไปอยู่ไหนไม่รู้
  8. ลงทุนในของจริง เลือกแต่ของดีๆ แม้ของดีจะราคาแพงกว่าของไม่ดี แต่เมื่อเทียบมูลค่าแล้ว ของดีมักจะคุ้มค่ากว่า มั่นคงกว่า ปลอดภัย อย่าเลือกลงทุนเฉพาะของถูกอย่างเดียว เช่น ถ้าจะซื้อหุ้น ต้องหุ้นที่พื้นฐานดี เป็นผู้นำตลาด อยู่ในอุตสาหกรรมที่ดี เติบโต เป็นต้น แต่ถ้าให้ดี ต้องดีด้วย ถูกด้วย ถามว่ามีมั๊ย มี แต่ต้องใจเย็นๆ
  9. ทยอยลงทุน เช่นเดือนละครั้ง เป็นการเฉลี่ยต้นทุนที่ดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเก็งจังหวะการลงทุน
  10. สำคัญที่สุด คือ ต้องมีวินัย อันนี้สำคัญมาก เดือนนึงจะออมเท่าไร ต้องทำให้ได้ ตั้งใจลงทุนอย่างไร ต้องทำให้ได้ และคอยปรับปรุงแผนการลงทุนของตนเองให้เหมาะกับตนเองและภาวะการลงทุนเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ