KKP Advice Center
KKP Advice Center
EN

ครั้งที่แล้วผมเขียนถึงความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงดังกล่าวลงได้อย่างมากจากการดำเนินชีวิตตามกฎ 5 ข้อ ซึ่งกฎดังกล่าวก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วและจะทำให้อายุยืน ตลอดจนลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็งได้อีกด้วย

 

ในความเห็นของผมนั้นการทำให้ร่างกายฟิตคือสามารถวิ่งได้สัปดาห์ละ 20-25 กิโลเมตร จะเป็นการตอบโจทย์ได้เกือบทั้งหมด เพราะหากวิ่งได้ก็จะต้องไม่อ้วนและหากไม่อ้วนก็ไม่น่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานหรือโรคข้อ/เข้าเสื่อม ซึ่งย่อมหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน 

 

ตรงนี้ขอเตือนว่าคนที่คิดจะเริ่มวิ่งนั้นหากมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนหน้าแล้ว เช่น เป็นโรคหัวใจหรือเจ็บเข่า เจ็บหลัง จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะว่าแม้การวิ่งจะเป็นการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ แต่หากมีปัญหาทางสุขภาพอยู่ก่อนหน้าแล้ว การวิ่งก็อาจทำให้อาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นและแย่ลงอีกก็ได้ แต่ที่สำคัญคือเมื่อออกกำลังกายเช่นการวิ่งจนกระทั่งร่างกายฟิตและไม่เป็นโรคที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคสมองเสื่อมได้อีกถึง 40-60%

 

ทั้งนี้จากข้อสรุปของงานวิจัยหลายชิ้น แต่งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผมได้กล่าวถึงเป็นพิเศษคืองานวิจัยที่ติดตามผู้หญิงสวีเดน 191 คน (อายุ 38-60 ปี) เป็นเวลานานถึง 44 ปี พบว่าผู้หญิงที่ฟิตมากเป็นโรคสมองเสื่อมเพียง 5% (และเริ่มเป็นตอนอายุ 91 ปี) เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ฟิตซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมมากถึง 45% นอกจากนั้นผู้หญิงที่ฟิตมากนั้นไม่มีใครเป็นโรคอัลไซเมอร์เลย

 

โรคร้ายอีกโรคหนึ่งที่เข้าใจกันว่าเสียชีวิตแน่หากเป็นเพราะไม่มียารักษาคือโรคมะเร็ง แต่ที่จริงแล้วโรคมะเร็งมีอยู่หลายประเภทและมีความรุนแรงแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วตัวเลขที่ประเมินจากสถิติของสหรัฐ พบว่าเพศชายมีโอกาสเป็นมะเร็ง 39.66% และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้ 22.05% ขณะที่เพศหญิงมีโอกาสเป็นมะเร็ง 37.65% และมีโอกาสเสียชีวิต 18.75%

 

 

จะเห็นได้ว่าโอกาสจะเป็นโรคมะเร็งนั้นค่อนข้างจะสูงมาก คือโอกาสเป็นโรคมะเร็งสูงเกือบ 40% แต่เมื่อเป็นแล้ว โดยเฉลี่ยจะรอดตายประมาณครึ่งหนึ่ง คือโอกาสตายจากโรคมะเร็งเท่ากับประมาณ 19-22% แต่โรคมะเร็งแต่ละประเภทจะมีความเสี่ยงดังกล่าวไม่เท่ากัน และยังมีความแตกต่างกันระหว่างเพศชายกับเพศหญิงอีกด้วย ซึ่งผมจะขอนำมาขยายความในรายละเอียดเพียงบางชนิดเท่านั้น

 

ความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคมะเร็งสำหรับผู้หญิง จาก 8 ประเภทของโรคมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุดในตารางข้างล่าง

 

หากสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง อันดับแรกดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็จะลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็งทั้งหมดลงไป 80% แล้ว กล่าวคือหากผู้หญิงสามารถหลีกเลี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง 8 ชนิดที่กล่าวถึง ก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งตลอดชีวิตเพียงไม่ถึง 7% จาก 37.65% ซึ่งจะเห็นได้ว่าโรคมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุด 4 อันดับแรกนั้น การหมั่นไปตรวจร่างกายเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก สำหรับมะเร็งในปอดนั้น หากเลิกสูบบุหรี่ (หรือหลีกเลี่ยงการได้รับควันบุหรี่มือสอง) ก็น่าจะลดความเสี่ยงดังกล่าวได้เกือบทั้งหมด

 

ข้อสังเกตที่สองคือเมื่อเป็นโรคมะเร็งแล้วความเสี่ยงจากการตายจากโรคมะเร็งดังกล่าวแตกต่างกันมาก เช่น การเป็นโรคมะเร็งที่เต้านมนั้นโอกาสรอดนั้นสูงเกือบ 80% แต่หากเป็นมะเร็งที่ปอดหรือตับอ่อนแล้ว โอกาสรอดจะมีเพียง 21% และ 13% ตามลำดับ เป็นต้น

 

แต่หากหลีกเลี่ยงการเป็นโรคมะเร็งทั้ง 8 โรคได้แล้ว ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของผู้หญิงก็จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 13% จาก 18.75% แปลว่าลดความเสี่ยงลงไปได้ถึง 2/3 เลยทีเดียว ทั้งนี้หากท่านผู้อ่านไปติดตามอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งแต่ละประเภทก็จะพบว่ามีการให้คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงโรคดังกล่าวคล้ายๆ กัน คือให้ออกกำลังกายเป็นประจำ ให้กินอาหารอย่างระมัดระวัง ไม่ให้น้ำหนักตัวสูงเกินกว่าเกณฑ์และให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

 

ซึ่งในตอนหน้าผมจะเขียนถึงข้อมูลของผู้ชายเกี่ยวกับโรคมะเร็งและการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งครับ

 

บทความโดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จากนสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 กันยายน 2562 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ