KKP Advice Center
KKP Advice Center
TH

หลายๆ คนที่ต้องการกู้เงินกับธนาคาร มักจะกังวลว่าเมื่อยื่นกู้เงินกับธนาคารไปแล้ว ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ให้หรือไม่ แล้วถ้าอยากกู้เงินให้ผ่าน ต้องเตรียมตัวอย่างไร วันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอกกัน

1. ต้องทำประวัติดี ก่อนยื่นขอกู้เงิน

เพราะธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลสินเชื่อของเราผ่าน “เครดิตบูโร” หรือศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จะแสดงหนี้สินและประวัติการผ่อนชำระของเรา ถ้าเราทำข้อมูลตรงส่วนนี้ให้ดี ชำระค่างวดตรงเวลา ไม่ผิดนัดชำระหนี้ โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้ก็จะสูงขึ้นด้วย

 

 

2. ต้องมีความสามารถในการชำระหนี้

ธนาคารจะทำตรวจสอบว่าเรามีหนี้สินอยู่หรือไม่ ซึ่งถ้ามีหนี้อยู่ ธนาคารจะนำหนี้ที่มีอยู่ปัจจุบันมารวมกับหนี้ที่เรากำลังจะขอกู้ใหม่ เพื่อพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระของเรา ดังนั้น เราควรพยายามลดหนี้ที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของเรานั่นเอง

 

 

3. มีรายได้ตามข้อกำหนด

ธนาคารมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ด้วยกันหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยหนึ่งในนั้นคือ รายได้ ในส่วนของรายได้รวมขั้นต่ำ โดยกำหนดเกณฑ์รายได้เป็นรายได้รวม ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้กู้ที่มีรายได้ประจำไม่ถึงตามเกณฑ์ สามารถนำรายได้เสริมอื่นๆเข้ามารวมได้ เช่น ค่าโอที (OT) รายได้จากอาชีพเสริม ดังนั้น เราควรศึกษาข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดจากผู้ให้สินเชื่อให้ดีก่อนยื่นกู้เงิน

 

 

4. มีหลักฐานทางการเงินชัดเจน

ธนาคารจะตรวจสอบที่มาของรายได้ โดยหากเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็จะดูจาก “สลิปเงินเดือน” หรือ “หนังสือรับรองการทำงาน” เพื่อเป็นการยืนยันแหล่งที่มาของรายได้ และยังสามารถใช้ “Statement” เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อได้ด้วย  แต่สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ที่เข้ามาอาจไม่ค่อยสม่ำเสมอ ดังนั้นแนะนำว่าให้นำรายได้ที่เข้ามา ฝากเข้าบัญชีก่อนนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่น เรียกง่ายๆ ว่าเป็น “การเดินบัญชี” เพื่อให้มีหลักฐานทางการเงินที่แสดงถึงรายได้ของเราที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

 

จากเคล็ดลับทั้งหมดที่กล่าวมา การเตรียมความพร้อมและการใส่ใจเรื่องวินัยทางการเงิน จะช่วยให้เรามีโอกาสได้รับการพิจารณาอนุมัติกู้เงินได้ง่ายขึ้น แต่ที่สำคัญเมื่อได้รับเงินมาแล้ว ต้องไม่ลืมรักษาวินัยทางการเงิน ชำระหนี้ตรงเวลา และเราสามารถปันเงินบางส่วนนำไปลงทุนเพื่อต่อยอดเงินให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

 

 

และถ้าหากคุณกำลังต้องการเงินก้อน ธนาคารเกียรตินาคินขอเสนอสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยเริ่มต้น 13.99% ต่อปี วงเงินอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ผ่อนสบาย ๆ สนใจคลิก

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

KKP Consultant