KKP Advice Center
KKP Advice Center
TH

คนที่กำลังไขว่คว้าหาความสำเร็จ ต่างมองหา “สูตรสำเร็จ”
เพราะต่างคิดว่า How to หรือ Top 10 tips ต่าง ๆ จากเหล่ากูรูทั้งหลาย
จะเป็นทางลัดนำพาตนไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น

 

คนที่ ‘เคย’ ประสบความสำเร็จ
คิดว่าตนได้เจอหลักคัมภีร์อันยิ่งใหญ่
ที่จะนำพาตนให้โลดแล่นอยู่บนหนทางแห่งความยิ่งใหญ่ได้ไม่จบสิ้น

 

การทำตามคนที่เคยประสบความสำเร็จ
ทำไมจะได้รับผลอย่างเดียวกันไม่ได้
เมื่อเคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทำไมจะเกิดครั้งต่อไปไม่ได้

 

เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง
สิ่งต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ดังนั้น “สูตรสำเร็จ” มีอยู่จริงหรือ

 

คนอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน
ทำไมถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน
คนที่เคยมีส่วนร่วมในการพิชิตชัยในอดีต
ทำไมถึง มีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน เมื่อแยกย้ายกันไป

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มีบริบท และสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดผลอย่างที่มันเป็น
แต่ไม่สามารถที่จะกำหนดได้ว่า หากบริบทเปลี่ยนแปลงไป
การกระทำในอดีต จะได้ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน

 

การศึกษา เรียนรู้ จากประสบการณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จ
หรือ การใคร่ครวญ ไตร่ตรอง กับความสำเร็จที่ตนเคยได้ประสบมา
จึงต้องพินิจให้ลึกซึ้ง เข้าใจให้แจ่มแจ้ง
ถึงบริบทต่าง ๆ ที่เป็นตัวกำหนด และมีผลทำให้เกิดผลลัพธ์ต่าง ๆ

 

หากไม่เข้าใจเสียแล้ว
การเรียนรู้จากอดีต จึงเป็นแค่การรับรู้ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
เป็นเพียงความรู้ที่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์บางอย่างเท่านั้น
มิได้เกิดเป็น “ปัญญา” ที่สามารถนำไปใช้ได้ในอนาคต ที่ไม่แน่นอนข้างหน้าได้

 

สิ่งที่เราทุกคนต้องทำคือ การสะสมความรู้ และประสบการณ์
ทั้งของตนเอง และจากผู้อื่น
เพื่อที่จะให้เข้าใจความเป็นไปในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราให้แจ่มแจ้งขึ้น

 

จนเกิดเป็นปัญญา
อันนำมาซึ่งความสามารถในการเลือกใช้ความรู้ที่สะสมมา
ในช่วงเวลา และบริบท ที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม
โอกาสที่จะประสบความสำเร็จ จะเพิ่มขึ้นตามปัญญาที่มากขึ้น

 

อย่าหยุดสร้างปัญญา...
โดยจำกัดตนเองแค่ tips ไม่กี่ tips จากบางคนที่ทั้งชีวิตอาจเคยทำถูกแค่ครั้งเดียว

 

อย่าหยุดสร้างปัญญา...
โดยหลงคิดว่า ความรู้ที่มีสามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ทุกบริบท และตลอดไป

 

ปัญญาที่แท้จริง จึงไม่ควรมีรูปแบบ มีสูตรสำเร็จ
ปัญญาที่แท้จริง จึงต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

 

แต่จะทำได้
ต้องเกิด “ปัญญา” มิใช่มี “ความรู้”

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

KKP Consultant