KKP Advice Center
KKP Advice Center
TH

ผมเป็นคนชอบสะสม “คำคม” ครับ
ฟังหรืออ่านเจอเมื่อไหร่ต้องจด
เพราะเพียงแค่คำคม ๆ ที่มีความหมายลึกซึ้งประโยคหนึ่ง
สามารถเปลี่ยนวิธีคิดหรือมุมมองของเราได้เลย
อย่างประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก 
เป็นคำคมของ “รังสรรค์ ต่อสุวรรณ” อดีตสถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองไทย
เขาเคยบอกว่า ภาวะลำบากใจที่สุดในการทำธุรกิจ
คือ ตอนที่ “ปลาไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย”
เปรียบเปรยได้เห็นภาพมากครับ
“ปลา” ก็คือ ธุรกิจ
จะเลิกหรืออดทนไปต่อดี
ถ้ารู้ว่า “เป็น” คือ มีชีวิตรอดต่อไปแน่ ๆ
หรือ “ตาย” คือ รู้ว่าทำต่อไปก็เจ๊งอย่างแน่นอน
แบบนี้ตัดสินใจง่าย
แต่ภาวะที่ไม่แน่ชัดว่าจะ “รอด” หรือ “ไม่รอด” แบบนี้ลำบากใจที่สุด
เขาบอกว่าถ้าปล่อยให้เกิดภาวะ “ลังเล” แบบนี้นาน ๆ ไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจ
ต้องกล้าตัดสินใจ
อย่าปล่อยให้ตกอยู่ในภาวะ “ปลาไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย” นานเกินไป
หากไม่ตัดสินใจ ปัญหายังเหมือนเดิม
แต่ถ้าตัดสินใจเลือก “เป็น” หรือ “ตาย”
อย่างน้อยก็รู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไร
มีปัญหาก็ตัดสินใจใหม่
ผมชอบประโยคที่ว่า “ปลาไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย” มาก
ประโยคนี้ไม่ได้หมายความเพียงแค่ “ธุรกิจ”
แต่หมายถึงการตัดสินใจทุกอย่างในชีวิต
ทั้งเรื่องงาน และความรัก
เพราะ “เวลา” มี “ราคา”
และ “ความรู้สึก” ช่วงที่ “ไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย” นั้นทรมานมาก
ครับ ถ้าจะ “หยุด” ก็ต้อง “หยุด” เพราะเชื่อว่าไปต่อไม่รอด
แต่หากจะ “ยื้อ” ต่อไปก็ต้อง “ยื้อ” ด้วยความเชื่อว่ารอดแน่ ๆ
ไม่ใช่ “ยื้อ” แบบดูอาการไปวัน ๆ แบบนั้นเสียเวลาเปล่า ๆ
เราอาจต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อการตัดสินใจสำหรับ “ปลาไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย”
แต่สุดท้าย…
…ต้องตัดสินใจ

 

ล่าสุด ผมเพิ่งได้ “คำคม” ประโยคใหม่
เป็นของ “สุรชัย พุฒิกุลางกูร”
คนในแวดวงธุรกิจอาจไม่คุ้นชื่อเขา
แต่คนในแวดวงโฆษณาจะรู้จัก “สุรชัย” เป็นอย่างดี
เขาเป็น Illustrator อันดับ ๑ ของโลก
คว้ารางวัลมากมาย
ฝีมือเรื่องการสร้างสรรค์โฆษณาภาพนิ่งของ “สุรชัย” ถือว่า “สุดยอด” แล้ว
วิธีคิดของเขาสุดยอดไม่แพ้กัน
เขาเป็นคนช่างสังเกต และละเอียดอ่อนมาก
การตั้งคำถามในแต่ละช่วงเวลาก็คมคาย
มีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก
“สุรชัย” บอกว่าเวลาที่มีปัญหา ต้องตั้งคำถามว่าแค่ “น้ำลด”
หรือ “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ”
เปรียบเทียบซะเห็นภาพเลย
เป็นคำคมที่เหมาะกับธุรกิจวันนี้อย่างยิ่ง
เพราะโลกหมุนเร็วเหลือเกิน
เศรษฐกิจก็เหมือน “แม่น้ำ”
ถ้ายอดขายของเราลดลง
เราต้องตั้งคำถามว่าที่ขายไม่ดีเพราะ “น้ำลด”
“เศรษฐกิจ” ไม่ดีหรือเปล่า
ถ้า “น้ำลด” ก็แค่อดทนและรอคอย
พักหนึ่งพอเศรษฐกิจดี หรือ “น้ำขึ้น”
เราจะกลับมาขายดีอีกครั้งหนึ่ง
แต่ถ้าไม่ใช่ “น้ำลด”
เป็น “แม่น้ำเปลี่ยนทาง”
แบบนี้เรื่องใหญ่เลยครับ
ใครอยู่ริมน้ำหรือต่างจังหวัดคงพอนึกออก
ตามปกติกระแสน้ำจะไม่เปลี่ยนทิศ
แต่หากมีอะไรมาขวางกั้น กระแสน้ำจะเปลี่ยนทางทันที
นึกถึงตอนน้ำท่วมใหญ่ที่มีเรือขนน้ำตาลคว่ำได้ไหมครับ
กระแสน้ำเปลี่ยนทิศไปเซาะจนตลิ่งหนึ่งพังไปเลย
บางครั้งถ้าเปลี่ยนทิศนานเข้าจะก่อให้เกิดทางแม่น้ำใหม่ขึ้นมา
และแม่น้ำเดิมจะแห้งขอด
เหมือนธุรกิจในวันนี้

 

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น “ซีดี” เพลงและภาพยนตร์
ซีดีขายไม่ดี
ไม่ใช่ “น้ำลด”
แต่เป็น “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ”
เพราะคนฟังเพลงจะดาวน์โหลดมากกว่าซื้อแผ่นซีดี
เช่นเดียวกับธุรกิจสิ่งพิมพ์นิตยสารที่เน้นขายภาพโป๊อย่าง “เพลย์บอย” ยังต้องเปลี่ยนแนว
และบางเล่มต้องปิดตัว
เหตุผลที่นิตยสารที่เน้นภาพโป๊ไปเร็ว เพราะคนหาดูภาพแบบนี้ในอินเตอร์เน็ตได้ง่ายมาก
แถมภาพในเน็ตดูดีกว่าอีก เคลื่อนไหวได้ด้วย
สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ “น้ำลด” แน่ ๆ
แต่เป็น “แม่น้ำ” กำลัง “เปลี่ยนทิศ”
เราต้องรีบปรับตัวอย่างรวดเร็ว
อย่ายืนถือปลา “ที่ไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย”
ต้องรีบตัดสินใจเปลี่ยนเกมใหม่
ลองนึกภาพสิครับ
เวลา “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” ทางน้ำเดิมจะแห้งขอดไปเรื่อย ๆ จนไม่มีน้ำ
สถานการณ์แบบนี้ เราก็ต้องเปลี่ยนที่ทำมาหากิน
ต้องจับทางน้ำใหม่ให้เร็วที่สุด
และไปหาที่ปักหลักข้างหน้าให้ได้
นึกถึงกรณีศึกษาทางธุรกิจคลาสสิกที่ฮ่องกงอย่าง “โกดัก-ฟูจิ” สิครับ
เมื่อ “แม่น้ำเปลี่ยนทิศ” แต่ “โกดัก” ไม่ยอมรับความจริง
ยังต่อสู้ในสนามเดิมต่อไป
ในขณะที่ “ฟูจิ” ปรับเปลี่ยนมาลุยในสนามกล้องดิจิตอล
สุดท้าย “โกดัก” ก็ตาย
แต่ “ฟูจิ” ยังอยู่
“ความเปลี่ยนแปลง” ของโลกวันนี้เร็วมาก
ถ้าจะอยู่รอดต้อง “ปรับตัว” ให้เร็วกว่า
ต้องถือหลักพุทธศาสนา
…อย่ายึดถือมั่น
“เมื่อวาน” คือ “เมื่อวาน”
ไม่ใช่ “วันนี้”



บทความดีดีโดย หนุ่มเมืองจันท์

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

×

KKP Consultant